หนทางขจัด "ภาวะความยากจน" อีกหนทางหนึ่ง : ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านเปร็ดในเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
หลังจากพิธีเปิดสิ้นสุดลง มีการเสวนาที่จัดขึ้นสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการและผู้ที่ได้รับเชิญ เพื่อได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันในเรื่องการอนุรักษ์ป่าชายเลน ปัญหาและการจัดการทรัพยากรชายฝั่ง และหนทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้น นอกจากนี้ยังได้พูดคุยในประเด็นบางเรื่อง อาทิ บทบาทของเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดตราดในการเชื่อมโยงและการจัดวางกลไกการสื่อสารระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดกับสมาชิกชุมชนที่เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในจังหวัดตราด เรื่องการสนับสนุนนโยบายเพื่อการกระจายอำนาจของหน่วยรัฐบาลในท้องถิ่น เรื่องการให้การสนับสนุนทางวิชาการและทางเทคโนโลยีแก่เจ้าหน้าที่ในท้องถิ่น เกี่ยวกับการวางแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และเรื่องยุทธศาสตร์การเสริมสร้างความเข้มแข้งของชุมชนเพื่อให้สามารถดำเนินการจัดการด้วยตนเอง
ดร.ทินท์ ลวิน ทอง กล่าวเน้นความสำคัญที่เกิดขึ้นในวันนี้ว่า “การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนแห่งนี้เป็นการลงทุนเพื่อเสริมสร้างทุนทางสังคมที่เข้มแข็ง ศูนย์แห่งนี้จะมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการเสริมสร้างความสามารถของชุมชน เพื่อปรับตัวรับมือกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างประสบผลสำเร็จ ด้วยการพัฒนาความรู้ เทคนิค วิธีการ และการแลกเปลี่ยนแบ่งปันประสบการณ์และบทเรียน สิ่งนี้เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับบ้านเปร็ดใน เพราะเป็นชุมชนที่อยู่ในแถบชายฝั่ง”
การศึกษานับว่าเป็น “กุญแจ” สำคัญสำหรับขจัดวงจรอุบาทว์ของความยากจนที่มีอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่กำลังพัฒนา ศูนย์เรียนรู้ชุมชนที่จะจัดตั้งขึ้นใน 6 ตำบลของจังหวัดตราด จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความรู้และข่าวสาร ที่มีผู้เชี่ยวชาญ และชุมชนจะได้มาปฏิสัมพันธ์กัน ศูนย์เรียนรู้ชุมชนยังเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนท้องถิ่นที่ไม่เคยได้รับการศึกษาอบรมในระบบโรงเรียน ได้เข้ามาแสวงหาความรู้และทักษะด้านการอนุรักษ์ป่าชายเลนและการดำรงวิถีชีวิตอย่างยั่งยืน
เมื่อพูดความสำคัญของเหตุการณ์ในวันนี้ คุณสมหญิง สุนทรวงศ์ ผู้ประสานงานแผนงานประเทศไทย ศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า กล่าวถึงความเป็นจริงที่ไม่มีใครสามารถโต้แย้งได้ไว้อย่างจับใจ คือ “ศูนย์เรียนรู้” มีอยู่ในบ้านเปร็ดในมานานหลายทศวรรษแล้ว ชาวบ้านมีการแลกเปลี่ยนแบ่งปันข่าวสารความรู้กันก่อนที่อาคารหลังนี้จะถูกสร้างขึ้น นั่นก็เป็นเหตุผลว่า ทำไมพวกเขาจึงฟื้นฟูป่าชายเลนได้สำเร็จ โดยไม่ต้องแลกกับการสูญเสียหนทางดำรงชีพ ศูนย์แห่งนี้ไม่ได้เป็นอะไรนอกไปจากหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทของพวกเขาในการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ที่จะทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์สำหรับชนรุ่นหลัง”
ต่อคำถามที่ว่า การอนุรักษ์และการพัฒนาสามารถทำไปด้วยกันได้ไหม คุณบุญชอบ สุทธมนัสวงศ์ ตอบว่า “แน่นอน การอนุรักษ์และการพัฒนาสามารถเดินไปด้วยกันได้” คุณอนุรักษ์ เชื่อว่าบ้านเปร็ดในจะประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ และจะเป็นแบบอย่างสำหรับนำไปประยุกต์ใช้ในชุมชนอื่นได้ในอนาคต ด้วยข้อมูลข่าวสารและวิธีการที่ถูกต้องเหมาะสม บทบาทของศูนย์เรียนรู้ชุมชนจะเสริมสร้างการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ป่าชายเลนให้เข้มแข็งขึ้น โดยไม่กระทบหนทางการดำรงชีพของคนในท้องถิ่น
ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก Norad และองค์กรผู้บริจาคอื่นๆ ผ่านโครงองค์กร Mangrove for the Future (MFF)โดยมี RECOFTC-The Center for People and Forest และ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นผู้ให้การสนับสนุนทางวิชาการ จุดมุ่งหมายหลักของศูนย์เรียนรู้ชุมชนคือ เพื่อเสริมสร้างทักษะและความรู้ของคนในท้องถิ่นด้านวิธีการจัดการป่าชายเลนอย่างยั่งยืน